หน้าแรก จองตั๋ว/เช่ารถ เกี่ยวกับเรา ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา
4 วัน 3 คืน           xx,xxx บาท     (เพิ่มเติม) ติดต่อ : +66 2 171 7945
(คุณภานุมาส)
กรุงเทพ - พาโร - ทิมพู– ปูนาคา - พาโร - กรุงเทพ
วันแรก (วันที่ 1 ) กรุงเทพฯ – พาโร – พาโรซอง – ทิมพู – ทาชิโช ซอง
04.30 น.

06.30 น.

09.45 น.












เที่ยง















ค่ำ
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 เคาน์เตอร์ K (16-19) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ (Bhutan Airlines)
เหินฟ้าสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบินภูฐาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3-701 (เครื่องจะแวะจอดประมาณ 30 นาที ที่เมืองกัลกัตต้า ประเทศอินเดีย)
เดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาเอเวอร์เรสท์ เทือกเขาคันเชงจุงก้าซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และสามารถมองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งหิมาลัย เช่นยอดเขามาคะลู ยอดเขาชมอนฮาริ ยอดเขาจีชูเดรก ยอดเขาซริมกาน และได้สูดอากาศบริสุทธ์ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Bhutan) ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) ให้แก่พาโร ริงปุง ซอง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวมรวมภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ แต่เนื่องจากตัวอาคารได้ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ตัวอาคารเกิดความเสียหายอย่างมาก และอาจเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวจึงสามารถชมได้จากด้านนอกอาคารเท่านั้น จากนั้นนำท่านสู่ พาโรซอง (Paro Rinpong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645ในรัชสมัยของ Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฏานเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสตศตวรรต 17 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู ราชธานีแห่งภูฏานโดยทางรถยนต์ ระยะทาง 68 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏานและท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตย กรรมที่มีรูปแบบและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ที่ท่านจำได้พบเห็นตลอดสองข้างทางจนกระทั่งมองเห็นภาพบ้านเรือนแบบภูฏานซึ่งคับคั่งกว่าที่ใด โดยสร้างลดหลั่นตามเชิงเขาซึ่งมีพื้นที่ราบเล็กๆ โอบล้อมด้วยขุนเขา มีแม่น้ำทิมพูไหลพาดผ่าน ทิมพูนับว่าเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชีย ถึงตัวเมืองทิมพู นำท่านชมเมืองทิมพูซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่ใช้ไฟจราจร ท่านจะรู้สึกได้ถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิม และความทันสมัย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โก (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า กีร่า (Kira) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับเงิน ไม้แกะสลัก ภาพพระบฏ (Thangka) น้ำผึ้ง และหนังสือได้ที่นี่ นำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล (หมายเหตุ : ก่อนอื่นคงต้องขอพูดถึงเรื่องของซอง (Dzong) เสียก่อน มาภูฏานสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและได้ยินบ่อยๆ คือ ซอง เพราะ “ซอง” ไม่ใช่เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญกับด้านการบริหารการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนภูฏาน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดหลักประจำท้องถิ่นเขตนั้นๆ หากแปลความหมายของซอง ซึ่งเป็นภาษาซองคา ก็คือป้อมปราการ ที่ในอดีตใช้เป็นที่ใช้ป้องกันอริศัตรูที่มารุกรานผืนดินแห่งนี้นั่นเอง) นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร , พักผ่อน ณ โรงแรมที่พัก
วันที่ สอง ทิมพู – เลือกซื้อของตลาดสุดสัปดาห์ - มหาสถูปพระบรมอัฐิ-สอนงานศิลปะ - วัดชันกังคา - ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน- วัดแม่ชี ซิลูคา - โรงเรียนสอนงานศิลปะ - พาโร
เช้า










เที่ยง






ค่ำ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่าน เดินเล่นใน ตลาดสุดสัปดาห์ (Weekend market) ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทาง การเกษตร และของที่ระลึก จากนั้นชม มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิ ( Memorial Chorten) จิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์ (พระเจ้าจิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ จากนั้นนำชมวัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ กว่า 600 ปี ชม ซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ ที่สวยงาม ของหุบเขา เมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ และชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏาน ที่เรียกว่าทาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันหาดู ได้ยากมาก จากนั้นนำท่านชมที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตรา ไปรษณี ยากร ที่งดงามของภูฏานที่ถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งสแตมป์” แห่งหนึ่งของโลก สแตมป์ของภูฏานมีให้เลือกในหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิว ทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซ็อง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆรวมทั้งยังมีสแตมป์ 3 มิติอีกด้วย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม วัดแม่ชี ซิลูคา (Zilukha Nunnary) ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) ชมโรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) เป็นสถาบันที่สอนงานศิลปะและงานช่างของภูฏาน 13 แขนง โดยใช้หลักสูตร 6 ปี ซึ่งท่านจะเห็นเด็กนักเรียนกำลังประดิษฐ์ งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น และการวาดภาพ พระบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน(The Folk Heritage Museum) จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝาก นำท่านเดินทางสู่ เมืองพาโร เมื่อเดินทางถึงเมืองพาโร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร , เข้าพัก ณ โรงแรมที่พัก
วันที่ สาม เมืองพาโร – คิชู ลาคัง – วัดทักซัง – ดรุกเยล ซอง
เช้า











เที่ยง










ค่ำ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซัทซัม เพื่อขี่ม้า ขึ้นเขาทักซัง ณ ที่นี้เป็นที่ตั้งของ วัดทักซัง (Taktsang Monastery) ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างในปี ค.ศ. 1692 เชื่อกันว่าพระคุรุปัทมาสัมภวะซึ่งเป็น องค์ปฐมาจารย์ผู้นำศาสนาพุทธลัทธิตันตระไปเผยแพร่ในทิเบตและราชอาณาจักรแห่งนี้ ประทับบนหลังเสือ แล้วเหาะขึ้นมาวิปัสสนากรรมฐานในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา 3 เดือน โดยชาวภูฏาน ทุกคนมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ทักซังสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตรชายเขตเมืองพาโร (การเดินทางขึ้นไปยังวัดทักซัง รถบัสจะนำคณะมีที่จุดขึ้นม้าที่หมู่บ้านซัทซัม โดยจะมีคนเลี้ยงม้าคอยดูแล ตลอดการเดินม้า ท่านจะเพลิดเพลินกลับธรรมชาติ ตลอดการเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่จะเดินทางถึง Café เพื่อพักผ่อนชมวิวของวัดทักซังพร้อมรับประทาน ชา/กาแฟ และอาหารว่าง หากท่านใดประสงค์จะไปถึงตัววัดทักซังจะต้องขี่ม้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง และเดินโดยทางเท้าอีก 400 เมตร เพื่อลงบันไดประมาณ 250 ขั้น และเดินขึ้นบันได อีก 100 ขั้น จึงจะถึงตัววัด เมื่อท่านได้ถ่ายรูป หรือประสงค์จะสวดมนต์หรือนั่งสมาชิกจนได้เวลาพอสมควร จะนำท่านเดินทางโดยทางเท้ากลับลงมาตลอดเส้นทางจนถึงที่พักรถ) (แถมฟรี)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำชม “ดรุกยาล ซอง” (Drugyel Dzong) ป้อมโบราณเก่าแก่อยู่บนยอดเขาสร้างราว ค.ศ. 1649 ใช้เป็นป้อมหน้าด่านต่อสู้จากผู้รุกรานจากทิเบตโดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพาโร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถมองเห็นทิเบตและเทือกเขา จูโมลฮารี หรือ “เทือกเขาแห่งพระเจ้า” ที่มีความสูงถึง 7,315 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวของยอดเขา “จูโมลฮารี” (Jomolhari) นำท่านเดินทางสู่ คิชู ลาคัง(Kyichu LhakhangTemple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน ตามประวัติว่า สร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 หรือราว 1,300 ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฎานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต โดย กษัตริย์ซองเซน กัมโป ซึ่งชาวทิเบต ยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐาน ในทิเบต โปรดให้สร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้ หมายจะไม่ให้สัจธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึงโดยที่จุดที่สร้างวัดคิชู ที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏาน อยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่า ซ้ายของยักษ์) จากนั้นนำท่านชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วย ไม้แผ่นใหญ่ตรงบริเวณเบื้อง หน้าพระปฏิมประธานมีรอยบุ๋มลึก เนื่องจากมีผู้แสวง บุญมายืน และก้มลงกราบ พระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์ของชาวภูฐาน (ทั้งนี้จำนวนผู้เดินทางต้องไม่ต่ำกว่า 15 ท่าน ทางบริษัทฯ จึงจะสามารถจัดการแสดงให้ได้ และทางบริษัทฯจะจัดชุด Kho และ Kera ให้ท่านได้ใส่เพื่อเข้ากับบรรยากาศ) พัก ณ โรงแรมที่พัก
วันที่ สี่ โคลัมโบ - กรุงเทพ
เช้า
08.00 น.
10.35 น.
15.50 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร
เหิรฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบินภูฐาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3-700
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม...


สิ้นสุดโปรแกรม
เดินทาง : มีนาคม - พฤษภาคม 2558
**สามารถออกเดินทางได้ทุกวัน ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป
**ในกรณีที่คณะสามารถออกเดินทางพร้อมกันได้ (Joint tour) ตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป จะมีหัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดการเดินทาง

**ชุด Kho และ Kira ที่ทางบริษัทฯจัดให้จะเป็นชุดที่บริษัทฯหามาโดยจะไม่มีค่าใช้จ่าย โดยผู้สวมใส่จะต้องระวังไม่ให้เกิดความเสียหายกับชุด แต่ในกรณีที่ผู้เดินทางต้องการชุดใหม่เพื่อนำกลับมาเป็นที่ระลึกจะมีค่าใช่จ่ายชุดละ ประมาณ 4000 บาทต่อท่าน (ผ้าทอเครื่อง ไม่ใช่ทอมือ)

อัตราดังกล่าวรวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-พาโร-กรุงเทพ ชั้นประหยัด โดยสายการบิน ภูฐาน แอร์ไลน์ (ในกรณีที่ประสงค์จะบินสายการบินดรุกซ์แอร์ เพิ่มท่านละ 2000 บาท)
ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (Standard Room)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่กำหนดในโปรแกรม
ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าวีซ่าเพื่อขอเข้าประเทศ
ค่าม้าสำหรับขึ้นทักซัง
ค่าภาษีอากรขาออกสนามบิน กรุงเทพฯ และ พาโร
ค่า Development Fee ที่ทางรัฐบาลภูฏาน เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว
ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ) คอยอำนวยความสะดวกตลอดโปรแกรม
ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตราดังกล่าวไม่รวม
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ,ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ฯลฯ
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ
ค่าภาษีบริการ 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

การชำระเงินและการยกเลิกการเดินทาง
 ทางบริษัทฯจะขอเก็บค่าทัวร์เต็มจำนวน 25,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่านสำหรับการจองทัวร์
 หากมีการยกเลิกจะต้องแจ้งทางบริษัทฯ ก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำงาน
 สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯ เป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่า ผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทาง บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด

เอกสารที่ใช้ในการทำวีซ่า
 สำเนาหนังสือเดินทางมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน กรุณาส่งแบบ Scan ภาพสีเท่านั้น (ในกรณีที่เป็น Fax หรือภาพขาว ดำ จะถูกปฎิเสธโดยทางแผนกวีซ่า)

หมายเหตุ
 รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบินโรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีผู้เดินทางได้นำ หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายติดตัวในการเดินทางออกนอกประเทศ หรือ นำสิ่งของห้ามนำเข้ามาประเทศ หรือเอกสารประกอบการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ มีความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือ ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทฯ จะสวงนสิทธิในการคืนเงินให้ท่าน
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสาร
 บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
 บริษัทฯ จะขอสวงนสิทธิในการอายัติเงินค่าทัวร์ทั้งหมดในกรณีที่ผู้เดินทาง ได้ชำระเงินเต็มจำนวน แต่มีการแจ้งขอยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน ด้วยเหตุผลของสุขภาพของผู้เดินทางเอง หรือครอบครัวของผู้เดินทาง หรือเหตุผลใดๆก็ตาม ทั้งนี้บริษัทฯจะพิจารณา ตามสัดส่วน อาทิ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าที่พัก และความเสียหายอันเป็นผลกระทบต่อส่วนร่วม และให้ความช่วยเหลือในการคืนเงินตามแต่ละกรณีไป

เงื่อนไขและความรับผิดชอบ
        บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และ ตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้าหรือจากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ และการตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ


SRI LANKAN HOLIDAYS
OFFICIAL GROUND OPERATOR
IN THAILAND


จำนวนผู้เยี่ยมชม
Free Web Counter
บริษัท อากัช เอเชีย (ไทยแลนด์) จำกัด, อาร์เค บีซ เซนเตอร์, 36/12 เลียบทางด่วน ถนนมอร์เตอร์เวย์
แขวง คลองสองต้นนุ่น เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
โทร. : +66 2171 7959 / +66 2171 7945, แฟกซ์ : +66 2171 7946 / สายด่วน : +66 86 344 6872
อีเมล: ravisara@aakashasia.com / ravisara@aakashtours.com

ออฟฟิศ : ประเทศไทย / มาเลเซีย / ศรีลังกา / เนปาล / กัมพูชา